[Book]No Rain in Britain

สำหรับใครที่เคยอ่านงานเขียนอย่างถั่วงอกและหัวไฟของทรงศีล ทิวสมบุญ อาจจะคุ้นเคยบรรยากาศที่อยู่ในเล่มนี้ดี แม้ถั่วงอกและหัวไฟจะเป็นหนังสือภาพ ส่วน No Rain in Britain เป็นหนังสือท่องเที่ยว ซึ่งดูแล้วไม่น่าที่จะเกี่ยวโยงกันได้เลยก็ตาม แต่ส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้ก็เพื่อที่จะตามหาตัวตนของเลดี้ชุดดำ ตัวละครของนิยายภาพถั่วงอกและหัวไฟ โดยบรรยากาศจะมีความหม่นผสมปนเปกับความแฟนตาซีอยู่บ้าง แต่ในเล่มนี้มันมีบรรยากาศที่มากกว่านั้น เพราะทรงศีลไม่ได้เขียนคนเดียว แต่ยังมีภรรยาของเขาร่วมเขียนด้วย บรรยากาศจากความหม่นผสมแฟนตาซีกลับกลายเป็นบรรยากาศที่แซมความหวานเข้าไปอยู่ด้วยตลอดทั้งทริป จนบางครั้งก็มีความรู้สึกอิจฉาเล็กๆ แม้ว่าโดยส่วนตัวแล้วจะแต่งงานแล้วก็ตามที แต่การที่ได้มีเวลาดีๆร่วมกัน รวมถึงการทำอะไรร่วมกันของคนที่มีความรักต่อกันมันเป็นภาพที่ดี เห็นทีไรก็อดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ทุกที โดยเฉพาะช่วงท้ายของหนังสือที่เปลี่ยนจากหนังสือท่องเที่ยวมาเป็นเรื่องราวส่วนตัวที่อ่านแล้วรู้สึกถึงความรู้สึกของคนทั้งสองที่มีให้กัน พออ่านจบเท่านั้นแหละก็อยากเก็บกระเป๋าเดินทาง หาเวลาดีๆร่วมกันกับคนรักบ้างเลย No Rain in Britain ทรงศีล ทิวสมบุญ , กฤติการ ชัยกล้าหาญ เขียน สำนักพิมพ์ a book 320 หน้า 295 บาท

[Book]มนุษย์ยืนอยู่บนปลา Man on Fish

หนังสือที่น่าดึงดูดใจด้วยชื่อของนักเขียน เพราะส่วนมากจะรู้จักกับงานของคนๆนี้ด้วยผลงานศิลปะแขนงอื่นมากกว่างานเขียน เมื่อได้ลองมาสัมผัสกับตัวอักษรของคนๆนี้ก็ยอมรับเลยว่าเขาสามารถอยู่ในวงการศิลปะได้หลายแขนงจริงๆ รวมถึงการเขียนหนังสือ ไม่แน่ใจว่านี่คือหนังสือที่เป็นรูปวาดจากงานเขียน หรืองานเขียนจากรูปวาด อะไรที่เกิดขึ้นก่อน หรือทั้งสองสิ่งนี้จะเกิดขึ้นพร้อมๆกัน ที่สามารถสื่ออารมณ์ถึงกันและกันได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญคือทั้งรูปภาพและงานเขียนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองอย่างชัดเจน สิ่งที่ชายหนุ่มคนนี้สื่อสารออกมาคือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับหลายๆสิ่งรอบตัว บางครั้งก็เข้าใจได้โดยทันที บางครั้งก็ต้องอาศัยการตกตะกอนของความคิด แต่โดยรวมสิ่งที่ได้รับสารจากหนังสือเล่มนี้ทำมห้คนอ่านอย่างเราๆมีความรู้สึกและความคิดใหม่ๆเกิดขึ้นมามากมายเลยทีเดียว มนุษย์ยืนอยู่บนปลา Man on Fish โลเล ทวีศักด์ ศรีทองดี เขียน สำนักพิมพ์อะบุ๊ก 152 หน้า 225 บาท

[Book]SUM : Forty Tales From the Afterlives

พิจารณาจากหน้าปกแล้ว ไม่สามารถบอกได้เลยว่าหนังสือเล่มนี้น่าหยิบขึ้นมาอ่านรึเปล่า เป็นเพียงพื้นสีขาวเรียบๆ พร้อมตัวอักษรที่ดูแปลกประหลาดสีน้ำเงินกระจายอยู่ทั่วหน้าปก รู้แค่เพียงหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือแปล คนเขียนคือ David Eagleman แปลโดย ณัฐกานต์ อมาตยกุล และพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ใจใจbooks ดูจากประวัติคนเขียนแล้วมีความน่าสนใจอยู่อย่างนึงคือ David Eagleman เนี่ยจบปริญญาตรีสาขาวรรณคดีอังกฤษ แต่ต่อปริญญาเอกวิชาประสาทวิทยาศาสตร์ โห!!! คนละแนวเลย เพราะแบบนี้ทำให้งานเขียนออกมาดูมีทั้งความน่าติดตามที่ผสมผสานความเป็นวิทยาศาสตร์อยู่ในนั้น SUM เป็นเรื่องสั้น 40 เรื่องเล่าเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายในรูปแบบต่างๆ ทั้งเรื่องของความเชื่อ และหลักความน่าจะเป็นในหลักวิทยาศาสตร์ โดยแต่ละบทนั้นก็ยาวเพียงแค่ 2-3 หน้า แต่เป็น 2-3 หน้าที่ทำให้เราต้องคิดตามอย่างมาก โดยที่บางบทก็สะท้อนออกมาหลากหลายอารมณ์ ทั้งอย่างเจ็บแสบ น่าค้นหา น่าเศร้าใจ หรือแม้แต่บันเทิงใจ โดยแต่ละบทก็ไม่ได้สรุปว่าชีวิตหลังความตายในรูปแบบที่เล่ามาคือสิ่งที่ดีหรือไม่ดี เพราะเห็นเพียงแนวคิด และความเป็นไปในแต่ละรูปแบบมากกว่า เมื่ออ่านทั้ง 40 บท หรือทั้ง 40 รูปแบบชีวิตหลังความตาย ก็ยังคงไม่ได้บทสรุปว่าความจริงแล้วชีวิตหลังความตายที่แท้จริงคืออะไร แต่สิ่งที่ได้หรือรูปแบบบางอย่างที่เราอาจจะคิดไม่ถึงว่ามันน่าจะมีแบบนี้อยู่ด้วย เมื่อเรื่องราวที่ดูมีความหลากหลาย และแฝงสิ่งที่จะเล่าออกมาในทุกๆบท แน่นอนว่าคงเป็นหนังสือที่ไม่สามารถเก็บได้ทุกอย่างเมื่ออ่านเพียงแค่รอบเดียวแน่ๆ   SUM : Forty […]