บทสรุปตัวเองในปี 2559

นับได้ว่าปีนี้เป็นปีที่ตัวเองสาหัสพอสมควรในเรื่องต่างๆ แต่บางอย่างก็มีเรื่องดีๆอยู่บ้าง เลยขอแบ่งเป็นเรื่องๆไปดีกว่าว่าเกิดอะไรในปี 2559 บ้าง

ย้ายบ้าน
สิ่งนี้คือเรื่องสาหัส เพราะการย้ายบ้านนั้นเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก โดยเฉพาะการย้ายบ้าน 3 ครั้งใน 1 ปี จากตลิ่งชันไปลาดพร้าว จากลาดพร้าวกลับมาตลิ่งชัน และสุดท้ายจากตลิ่งชันไปท่าพระ กินพลังงานชีวิตมหาศาลเลยทีเดียว ซึ่งการย้ายครั้งล่าสุดนี่ก็ยังย้ายไม่เสร็จสักที การย้ายบ้านทำให้มีความรู้สึกว่าคนเรานี่สะสมของไม่จำเป็นไว้เยอะมาก โดยเฉพาะสิ่งที่เรียกว่า “สมบัติบ้า” เพราะทุกครั้งที่บ้ายบ้านจะมีสมบัติบ้ากองโตต้องให้ทิ้งเสมอไป พอตั้งปณิธานไว้ว่าจะไม่ซื้ออะไรที่ไม่จำเป็นแล้วก็อดใจไม่ได้ มีของเต็มบ้านทุกที เชื่อเถอะคนอื่นก็เป็น

การเรียน
ความรู้สึกขึ้นๆลงๆมากเลย บางครั้งก็รู้สึกโอเค บางครั้งก็รู้สึกแย่ บางครั้งก็รู้สึกเลือกผิดกับความต้องการรึเปล่า แต่ทำไงได้จ่ายค่าเทอมไปครบหมดแล้ว เหลือแค่เล่ม Thesis นี่แหละ แค่อีกอึดใจเดียว(ใหญ่ๆ)เท่านั้น

อ่านหนังสือ
กลับมาอ่านหนังสือเยอะอีกครั้ง โดยเฉพาะหนังสือภาษาอังกฤษ การอ่านหนังสือภาษาอังกฤษของคนที่อ่อนภาษาอังกฤษนี่ใช้เวลากับหนังสือแต่ละเล่มเยอะมากพอสมควรนะ ครั้งแรกที่คิดจะอ่านก็เลือกว่าน่าจะอ่านหนังสือที่ชอบก่อนจะได้ใช้เวลาโฟกัสและสนุกไปกับมันได้ เล่มแรกอ่าน Comic เรื่อง Y : The Last Man เป็นเรื่องเกี่ยวกับโลกที่อยู่ๆโครโมโซม Y (ผู้ชาย)ก็ตายจากไปหมด แต่เหลือเพียงผู้ชายคนเดียวที่เหลือรอด ถ้าคิดว่าผู้ชายคนเดียวท่ามกลางหมู่ผู้หญิงคงเป็นสวรรค์ของใครหลายๆคน แต่เปล่าเลยผู้ชาคนนี้โดนไล่ฆ่าตลอดทั้งเล่ม อ่านจบไป 1 เล่ม ใช้เวลา 2 เดือน!!! อ่านไปเปิด Dict ไป หนังสือเล่มต่อมาเป็นตัวหนังสือล้วนกันบ้างคือ South of the Border, West of the Sun ของ Haruki Murakami แม้ว่าจะอ่านเวอร์ชั่นภาษาไทยจบแล้วก็ตาม แต่ก็ลืมเนื้อเรื่องไปหมดแล้วเพราะเป็นหนังสือของมูราคามิเล่มแรกที่อ่าน สุดท้ายใช้เวลาถึง 3 เดือนกว่าจะอ่านจบ ส่วนตอนนี้ก็กำลังจะเริ่มอ่าน When Breath Becomes Air ของ Paul Kalanithi เป็นหนังสือแนว Non-Fiction ที่ลองเปิดคร่าวๆแล้วศัพท์ทางการแพทย์เยอะมาก จะรอดรึเปล่านะ แต่ระหว่างที่อ่านหนังสือภาษาอังกฤษก็อ่านหนังสือไทยปนๆกันบ้าง เรียกได้ว่าหลายเล่มเหมือนกัน แถมใช้เวลาอ่านต่อเล่มไม่นานมากแค่ 2 อาทิตย์เท่านั้นเอง ที่ชอบที่สุดคงเป็น SUM : Forty Tales From the Afterlives และนิตยสาร MAD ABOUT

Podcast
เป็นปีที่ Podcast ได้รับความนิยมมาก รายการต่างๆผุดขึ้นมามากมาย โดยเฉพาะใน Soundcloud ก็ได้มีโอกาสฟังหลายๆรายการ เรียกได้ว่ามีให้ฟังแทบทุกวัน จนมานึกได้ว่าตัวเองก็เคยทำ Podcast แต่ด้วยความที่ไม่มีเวลาทำและขี้เกียจก็เลยเลิกทำไป แถมดูท่าว่าจะไม่ได้ทำต่อในเร็ววันนี้แน่นอน

ภาพยนตร์
ปีนี้ดูภาพยนตร์ไป 56 เรื่อง
Snap
Spotlight
Steve Jobs
Finding Calico
Room
The Revenant
The Act of Killing
ลูกทุ่งซิกเนเจอร์
Deadpool
Zootopia
Son of Saul
Hail, Caesar!
Hana’s Miso Soup
Batman V Superman : Dawn of Justice
10 Coverfield Lane
All Thing Must Past
The Scala
The Mermaid เงือกสาว ปัง ปัง
Captain America : Civil War
X-Men : Apocalypes
Warcraft
If Cats Disappeared From The World
Me Before You
Where to Invade Next
ขุนพันธ์
สันติ-วีณา
Sing Street
Star Trek : Beyond
Café Society
The Secret Life of Pets
The Sound of Music
Suicide Squad
Train to Busan
แฟนเดย์
Sully
After the Storm
Lost in blue
Don’t Breathe
About Ray
Snowden
Under the Shadow
Doctor Strange
Tomcat
Deat Note : Light Up the New World
Tsukiji Wonderland
Your Name
The Neon Demon
Breaking a Monster
Fantastic Beasts and Where to Find Them
พรจากฟ้า
A monster calls
ดาวคะนอง
โรงแรมต่างดาว
Rogue One A Star Wars Story
Sing
Sausage Party
ถ้าจะให้เลือก 5 เรื่องที่ชอบที่สุดในปีนี้โดยที่ไม่ได้เรียงตามลำดับความชอบก็คงเป็น
– Spotlight ภาพยนตร์แห่งปีที่คงไม่ต้องพูดอะไรมากกับเรื่องนี้ กับรางวัลการันตีมากมาย
– Room ภาพยนตร์ 2 พาร์ท ที่เล่ากันคนละประเด็น ซึ่งทั้ง 2 พาร์ททรงพลังทั้งคู่
– Son of Saul ภาพยนตร์อะไรโคตรจะอึดอัด จอเล็กๆ ภาพแคบๆ แถมบรรยากาศยังกดดันอีก โอยยยยย แต่ได้ประสบการณ์ใหม่ๆมาอีกเพียบ
– The Sound of Music ฉายรอบพิเศษโดยหอภาพยนตร์ ภาพยนตร์อันดับ 1 ในดวงใจอยู่แล้วเรื่องนี้ กับครั้งแรกที่ได้ดูในโรงภาพยนตร์
– ดาวคะนอง ภาพยนตร์ไทยที่เปิดประสบการณ์การดูได้ดีมากๆ พาไปไกล และเชื่อว่าการพาไปครั้งนี้แต่ละคนจะได้ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน

เป้าหมายในปีนี้
ไม่เคยตั้งเป้าหมายอะไรเลยจะผิดรึเปล่านะ จากปีที่ผ่านๆมาก็เช่นกัน รู้สึกว่าอยากทำอะไรก็หาจังหวะแล้วทำเลย ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องเริ่มต้นปีแล้วค่อยทำ ถ้ารอก็ไม่ได้ทำสักที ก็เลยมักจะเริ่มในช่วงที่พร้อมตอนนั้นเลย แต่มีความรู้สึกว่าในปีนี้อาจจะมีเรื่องที่เปลี่ยนแปลงอีกมากพอสมควรเลยที

Facebook Comments