ป้ายกำกับ

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

แนะนำ 6 เกมอีสปอร์ตที่ถูกบรรจุเป็นกีฬาสาธิตในเอเชียนเกมส์ 2018


เนื่องจากว่าในเอเชียนเกมส์ 2018 จะมีอีสปอร์ตเข้าเป็นกีฬาสาธิตทั้งสิ้น 6 เกม ทางคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย และการกีฬาแห่งประเทศไทย ก็ได้มีการยืนยันแล้วว่าจะส่งนักกีฬาอีสปอร์ตเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งซึ่งทางสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย จะได้สิทธิ์คัดเลือกนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขัน ในฐานะของนักกีฬาอีสปอร์ตทีมชาติไทย โดยทั้ง 6 เกมที่ว่านั้นคือ

League of Legends หรือ LoLเกมแนว MOBA ผู้เล่นเลือกและควบคุมตัวละครหนึ่งตัว เพื่อเดินทางไปยังฐานของคู่ต่อสู้พร้อมกับทำลายสิ่งปลูกสร้างระหว่างทาง จุดมุ่งหมายคือการทำลายป้อมกลางของคู่ต่อสู้นั่นเอง


Arena of Valor หรือ RoVเกมแนว MOBA เช่นกัน วิธีการเล่นจะคล้ายกับ LoL แต่ RoV จะเล่นง่ายกว่าปุ่มที่บังคับมีไม่มาก


StarCraft IIเกมแนว RTS หรือเกมแนววางแผนเรียลไทม์ ซึ่งเราสามารถเลือกฝ่ายต่างๆท่จะเล่นได้ โดยที่แต่ละฝ่ายจะมีตัวละครและความสามารถที่แตกต่างกัน วิธีดารเลนคือเราจะเก็บทรัพยากรที่อยู่ในฉากเพื่อนำมาสร้างสิ่งปลูกสร้างและตัวละครต่างๆ ไปถล่มคู่ต่อสู้ จุดมุ่งหมายคือทำลายสิ่งปลูกสร้างของอีกฝ่ายให้ราบคาบ

Hearthstoneเกมแนว Card Game โดยเราสามารถจัด Deck ของเรา โดยที่การ์ดแต่ละใบจะมีความสามารถและค่าพลังที่แตกต่างกัน จุดมุ่งหมายของเกมนี้คือเอาชนะคู่ต่อสู้ด้วยการทำให้ค่าพลังของอีกฝ่ายกลายเป็นศูนย์


Pro Evolution Soccer 2018 หรือ PES2018เกมแนว Sport อาจจะไม่ต้องอธิบายอะไรมากมายนัก เพราะเรียกง่ายๆว่าเป็นเกมฟุตบอลทุกคนก็คงที่จะสามารถเข้าใจได้ง่ายๆ ซึ่งจุดเด่นของ PES2018 คือการที่เกมมีความสมจริงและสามารถบังคับตัวละครได้อย่างง่ายดาย


Clash Royaleเกมแนว Tower Defense โดยที่เราจะต้องป้องกันป้อมปราการของเราและถล่มคู่ต่อให้ได้ โดยใช้การ์ดที่เรามีอยู่เมื่อนำการ์ดมาลงสนามจะกลายเป็นมอนสเตอร์ซึ่งแต่ละตัวก็จะมีความสามารถที่แตกต่างกันไป


สำหรับเกมเมอร์คนไหนสนใจที่จะเข้าไปร่วมแข่งขันก็ดูรายละเอียดได้เลยที่ ทางสมาคมกีฬาอีสปอร์ตแห่งประเทศไทย http://www.tesf.or.th/

วันจันทร์ที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2561

บทสรุป 2017


Familyปีที่สองของการแต่งงาน แต่ความรู้สึกได้อยู่กับภรรยาน้อยกว่าปีแรก อาจจะเพราะเรื่องของการทำงานที่ภรรยาต้องย้ายไปอยู่ที่ขอนแก่น ทำให้มีเวลาเจอกันแค่ประมาณเดือนละครั้ง ซึ่งก็ไม่ได้ดีอะไรเท่าไหร่ เพราะส่วนตัวจะมองเรื่องของครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกอยู่แล้ว แต่คาดว่าปีหน้าคงมีอะไรที่จะปรับเปลี่ยนในเรื่องนี้ให้อยู่ด้วยกันได้แหละ

ส่วนวอดก้า แมวที่เลี้ยงอยู่ก็ถือว่าเป็นคน(แมว)ที่อยู่ในครอบครัวด้วยแล้วกัน เพราะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมากๆ ยิ่งช่วงหลังมารู้สึกว่าจะสนิทกับวอดก้ามากขึ้นเรื่อยๆ เวลาที่อยู่ในบ้านก็ตามติดตลอดเวลา ช่วงหลังมานี่วอดก้าอ้วนขึ้นเรื่อยๆ เลยเริ่มงดขนม และให้อาหารแบบจำกัดอยู่สักหน่อย แต่ไม่เข้าใจว่าทำแบบนี้แล้วน้ำหนักวอดก้าก็กลับเพิ่มขึ้นมาอีกจนตอนนี้เป็นแมวที่หนัก 5 กิโลกรัมแล้ว

Workปีที่ได้ทำในสิ่งที่อยากทำมานานมาก คือการทำงานในด้านออนไลน์นี่แหละ เคยคิดเหมือนกันว่าแล้วเราจะเข้าไปทำได้ยังไงวะ ลองคิดถึงคนอายุ 30 แล้ว ที่ไม่มีประสบการณทางด้านสายงานนี้เลย แต่สุดท้ายก็มีโอกาสจนได้มาทำงานที่ดิจิทัลเอเจนซี่แห่งนึง ซึ่งคิดว่าโชคดีที่ได้มาทำที่นี่ แม้ว่าช่วงแรกอุปสรรคจะเยอะมาก และครึ่งปีแรกเป็นอะไรที่ค่อนข้างเครียดมากก็ตาม เพราะต้องปรับตัวค่อนข้างเยอะ จากคนที่ไม่เคยทำงานในระบบออฟฟิศมาก่อน เพราะการทำงานในชีวิตที่ผ่านมาส่วนมากก็ฟรีแลนซ์ ถ้าทำงานประจำก็แทบจะไม่ได้เป็นระบบอะไรด้วยซ้ำ ทำให้ต้องมาปรับตัวทั้งเรื่องระบบ เรื่องงาน จนส่งผลกระทบไปเรื่องอื่นๆพอสมควร

Studyสิ่งที่ส่งผลกระทบมากที่สุดอาจจะเป็นเรื่องเรียนนี่แหละ เพราะงานในช่วงแรกที่ปรับตัวไม่ได้ ทำให้เรื่องการเรียนกลับกลายเป็นเทวิทยานิพนธ์ไปเลย หมดกำลังใจที่จะทำต่อ รวมถึงการกดดันจากคนอื่น ซึ่งตัวเองดันที่เป็นคนที่พอเจอการกดดันแบบบังคับทีไร ก็ไม่ได้มีแรงที่จะฮึดมากขึ้น แต่จะยิ่งทิ้งห่างสิ่งนั้นออกไปมากกว่า แค่ตัวเองจะทำได้ก็ต่อเมื่อโดนปล่อยอย่ามากดดันแล้วเดี๋ยวจะทำเอง เพิ่งมาปรับสมดุลของตัวเองได้แค่ช่วงเดือนสุดท้ายของปีนี่แหละที่ตัดสินใจจะทำต่อ เพราะคนรอบข้างไม่กดดันแล้ว บางทีก็ดูเหมือนจะเอาแต่ใจเหมือนกัน ความจริงมันก็เอาแต่ใจแหละ เป็นสิ่งที่ไม่ดีเท่าไหร่เลยในปีที่ผ่านมา

Social Mediaเป็นสิ่งที่ไม่ดีหรอกที่ทำงานดิจิทัลเอเจนซี่แต่ไม่ได้ตาม Social Media ทุก Platform ระยะหลังนี่จะห่างจาก Facebook กับ Instagram ไปเยอะ เพราะส่วนตัวดันไม่ชอบอัลกอริทึ่มแบบบังคับให้ดูตามที่ Platform มันคิดว่าเราอยากจะดู แต่ส่วนตัวชอบเห็นสิ่งที่เป็นแบบ Realtime และทั่วถึงมากกว่า เลยเข้าไปอยู่ในโลกของ Twitter ซะเยอะ ส่วน Facebook ใช่เป็นแค่บันทึกอะไรที่เอามาดูย้อนหลังได้ง่ายๆจากอัลบั้มรูปภาพ และ Instagram นี่แทบไม่ได้เปิดมาดูเลย

Youtube Channel ของตัวเองก็ไม่ได้ลงวีดีโออะไรเพิ่มเติม แต่มี Comment เข้ามาเยอะมากจากหนังสั้นที่เคยทำไว้เมื่อนานมาแล้ว ทำให้เห็นว่าคุณภาพประชากรของคนที่ใช้งาน Youtube เป็นยังไง เด็กเล่นเยอะ แถมค่อนข้างเกรียนเยอะขึ้นตามไปด้วย จนบางครั้งก็คิดเหมือนกันว่าในโรงเรียนควรสอนเรื่องการใช้มารยาททางการสื่อสารด้วย Social Media และการเท่าทันสื่อโดยเฉพาะสื่อออนไลน์ได้แล้ว
Movieเป็นปีที่ดูหนังไปน้อยจริงๆ จาก List ที่ตัวเองเคยทำไว้ตั้งแต่ต้นปี ดูไปทั้งหมดแค่ 39 เรื่อง น้อยกว่าปีที่ผ่านๆมาArrivalLa La LandLionThe Red TurtleThe FounderHacksaw RidgeThe Lego Batman MovieMoonlightLoganHidden FiguresJapanese Girls Never DieKong : Skull IslandGhost in the shellGet OutHer Love Boils BathwaterI Am Not Madame BovaryGuardians of the Galaxy Vol. 2ฉลาดเกมส์โกงThe 100th love with youWonder WomanDespicable Me 3KediSpider-Man : HomecomingWar for the Planet of the ApesLast life in the UniverseWhat happened to MondayITนิรันด์ราตรีBaby DriverKingsman : The Golden CircleBlade Runner 2049StrongerThor : RagnarokJustice LeagueDie TomorrowHappy Death DayThe KILLING of a SACRED DEERWonderStarwars : The Last Jedi

พอมองสิ่งที่ได้ดูมาในปีนี้ กลับไม่ได้ชอบเรื่องอะไรเป็นพิเศษสักเท่าไหร่ มีแค่ประทับใจที่ได้ดู Last life in the Universe หรือรักน้อยนิดมหาศาล หนังที่ชอบเป็นอันดับต้นๆในชีวิตในโรงอีกครั้งเท่านั้นเอง

Show&Concertลองดูคอนเสิร์ตวงหน้าใหม่ๆมากขึ้นจากชื่อวงที่ไม่คุ้นหู ทำให้ชีวิต Surprise เยอะเหมือนกัน หลายวงที่เพิ่งมารู้จักและติดตามก็มาจากการลองเข้าไปดูโชว์แบบสุ่มจากชื่อวงที่ไม่รู้จักนี่แหละ แต่วงที่เป็นที่สุดของการโชว์สำหรับปีนี้อยากจะยกให้วงไปสงกู บขส.ดู๊ไม่ได้เป็นโชว์ที่ดีที่แบบเพอร์เฟคโชว์ แต่สนุกมาก ทั้งดิบ ทั้งบ้า ทำเอาเราร้องเหยดดดดได้ตลอดเวลา

แต่การแสดงที่ยอมใจมากที่สุดอาจจะเป็น Standup Comedy ของกตัญญู สว่างศรี ที่ไม่คิดว่าคนแบบนี้จะกล้ามาจัดทอร์คโชว์ใหญ่ลงทุนมหาศาล และเขาก็ทำสำเร็จ ยิ่งไปกว่านั้นือปี 2017 จัดทอร์คโชว์ไป 3 ครั้งด้วย แถมเราก็บ้าซื้อตั๋วเข้าไปดูโชว์ทั้ง 3 ครั้งด้วยนี่สิ

Podcastเป็นปีที่ฟัง Podcast เยอะมาก เรียกได้ว่าอาทิตย์ละประมาณ 3 รายการ บังเทิงมาก เหมือนได้เปิดการรับรู้อะไรใหม่ๆตลอดเวลา แต่ความรู้สึกที่อยากทำ Podcast อีกครั้งก็ไม่ได้กลับมาเท่าไหร่ และมีความรู้สึกว่าส่วนตัวไม่ใช่คนที่จะสื่อสารทางด้านการพูดดี เพราะฉะนั้นเป็นคนฟังต่อไปดีกว่า แล้วกลับมาทำสิ่งที่เราถนัดที่สุดหนะดีแล้ว

Travelได้เดินทางไปญี่ปุ่นครั้งแรก โดยไปกับทัวร์กับทาง .โท นี่แหละ ซึ่งก็มีทั้งชอบและไม่ชอบ ส่วนที่ไม่ชอบเนี่ย ส่วนตัวอาจจะไม่ได้ชอบความเป็นโตเกียวอะไรมากมายนัก เพราะมันก็เป็นเมืองนั่นแหละ เลยพยายามเสาะหามุมเล็กๆที่มีอะไรนอกเหนือไปจากความเป็นเมือง จนได้เจองานเทศกาล หรือการที่ได้มิตรภาพใหม่ๆเป็นคนไทยที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น ทำให้กลายเป็นความชอบในความไม่ชอบอยู่ปนๆกันไป

2018เป็นคนที่ไม่เคยวางแผนว่าปีหน้าจะทำโน่นนี่นั่น แค่รู้สึกว่าอยากเริ่มทำอะไรตอนไหนก็เริ่มทำตอนนั้นเลยมากกว่า แต่หวังว่าจะเป็นปีที่สนุกอีกปีนึง แต่จากการวิเคราะห์คร่าวๆ อาจจะเป็นปีที่มีการเปลี่ยนแปลงเยอะอยู่เหมือนกันนะ บางทีชีวิตมันก็เปลี่ยนทุกปีจนบางครั้งก็ไม่ค่อยกลัวกับการเปลี่ยนแปลงสักเท่าไหร่แล้ว

วันเสาร์ที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2560

สรุป Digital Matters 9 : “คิดแบบ Content Publisher เขาคิดกันอย่างไร?”


วันพฤหัสบดีที่ผ่านมาได้มีโอกาสไปงาน Digital Matters 9 ที่จัดโดย Thumbsup งานในครั้งนี้จัดขึ้นในหัวข้อคิดแบบ Content Publisher เขาคิดกันอย่างไร?” โดยมี Content Creator 2 ท่านที่มาร่วมในงานสัมมนาคือ พี่เอ็ม ขจร เจียรนัยพานิชย์ (@Khajochi) ผู้ก่อตั้งเว็บ MacThai, MangoZero, ParentsOne กับเคน นครินทร์ วนกิจไพบูลย์ บรรณาธิการบริหารสำนักข่าว The Standard โดยมีพี่แบงค์ ชรัตน์ เพ็ชร์ธงไชย (@charathbank) Content Portal Manager แห่ง LINE ประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินรายการ ผมเลยจะมาสรุปเนื้อหาแบบง่ายๆถึงสิ่งที่พูดกันบนเวทีแล้วกันครับ

ภาพรวมของอุตสาหกรรม Content

เรากำลังอยู่ในยุคเปลี่ยนผ่านของสื่อที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อาจจะเรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 นั่นคือเปลี่ยนผ่านเข้าสู่โลกของดิจิทัลและข้อมูล จนคนที่อยู่ในวงการสื่อมานานบางคนปรับตัวไม่ทัน สาเหตุมาจาก 3 ปัจจัยหลัก ดังนี้

Platfrom เดิมทีสื่อเคยมี Platfrom เป็นของตัวเอง โทรทัศน์ก็มีช่องเป็นของตัวเอง สิ่งพิมพ์ก็มีหัวเป็นของตัวเอง แต่ปัจจุบันไม่ใช่อย่างนั้นอีกต่อไป เนื่องจากการเกิด Platfrom ใหม่ที่ตัดตัวกลาง (Gate Keeper) ออกไป เช่น การเกิดขึ้นมาของ Facebook ที่เป็น Platform ขนาดใหญ่ หลายคนเข้ามาเสพ Content จาก Platform นี้เป็นส่วนใหญ่

Data ข้อมูลในโลกปัจจุบันอยู่ในรูปแบบของดิจิทัลมากขึ้นรวมถึงการมาของ Smartphone ทุกอย่างสามารถทำได้จากมือถือเพียงเครื่องเดียว

Access ทุกคนสามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้น เสรีขึ้น และมีราคาที่ราคาถูกลง

จากสามปัจจัยนี้ทำให้วงการสื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ในปัจจุบันสื่อของไทยเองก็ยังหาจุดที่สมดุลไม่ได้ว่าจะเดินไปในทิศทางไหนต่อ รวมถึงการที่คนทั่วไปเริ่มที่จะเป็นสื่อเองเนื่องจากมีช่องทางที่จะสื่อสารสะดวกขึ้น สามารถนำเสนอทุกสิ่งทุกอย่างลงใน Social Media ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็ว จุดนี้เองก็ถือว่าเป็นโอกาสดีสำหรับคนในยุคนี้กับการนำเสนอ Content ที่เปิดกว้างมากขึ้นไม่ต้องผ่านตัวกลางอีกต่อไป

แนวความคิดของ Content Publisher

Content Publisher ที่ดีควรรู้จักสองอย่างคือรู้จักตัวเองและรู้จักกับผู้รับสาร

รู้จักตัวเอง รู้ว่าเราเป็นใคร ภาพลักษณ์ของเราเป็นอย่างไร โดยเฉพาะเข้าใจในสิ่งที่เรากำลังสื่อสาร ถ้าเป็นสื่อออนไลน์ก็ต้องเข้าใจเทคโนโลยี เข้าใจสถิติ เข้าใจตัวเลขต่างๆ รวมถึงเข้าใจอัลกอริทึ่มในการแสดงผล โดยเฉพาะปัจจุบันสื่อออนไลน์คือสิ่งที่รวมสื่อหลายแขนงเข้าด้วยกันเป็น Mix Media ที่มีทั้งตัวอักษร ภาพนิ่ง และภาพเคลื่อนไหว อยู่ในที่เดียวกัน

รู้จักผู้รับสาร รู้ว่าเค้าคือใคร สิ่งที่คนรับสารต้องการจาก Content คืออยากได้ความรู้ ความเข้าใจ ความบันเทิง และแรงบันดาลใจ ซึ่งสิ่งที่เราจะให้กับคนรับสารหลักๆคือการทำในสิ่งที่เค้าคาดหวังและจะยิ่งดีถ้าทำในสิ่งที่เค้าคาดไม่ถึง

โดยที่แนวคิดในการสำเสนอ Content นั้นมี 2 ปัจจัยหลักที่จะสร้างความน่าสนใจ นั่นคือ

เรื่องดี หมายความว่ามีประเด็นที่จะสื่อสารได้ดี

เล่าดี หมายถึงการนำเสนอที่ดี สามารถดึงดูดผู้รับสารให้สนใจได้

การสร้างกระบวนความคิดสำหรับคนในองค์กร

The Standard

เชื่อมโยงกับแนวคิดในการนำเสนอ Content คือเรื่องดีและเล่าดี

เรื่องดี ต้องเป็นคนที่เข้าใจในเรื่องนั้นดี มีความเก่งในเรื่องนั้นๆ มีความต้องการเรียนรู้ในสิ่งที่นำเสนอ และต้องรู้เรื่องนำคนอ่าน

เล่าดี การเป็นนักเล่าเรื่องที่ดี มีวิธีนำเสนอและนำเสนอเก่ง

Mango Zero

วิธีการทำงานของ Mango Zero ทุกเช่าจะมีการประชุมกอง ดูว่าในแต่ละวันมีเรื่องราวอะไรที่เกิดขึ้น อะไรที่กำลังเป็นประเด็นและอะไรที่น่าสนใจบ้าง หลังจากนั้นก็คัดเลือกเรื่องที่น่าสนใจหยิบขึ้นมาเล่นในแต่ละวัน แต่ว่าประเด็นที่น่าสนใจก็ไม่ได้มีทุกวัน จึงมี Stock Content คือเนื้อหาที่สามารถหยิบมาเล่นช่วงไหนก็ได้ โดยช่วงที่รับสมัครงานจะให้แต่ละคนคิดประเด็นที่ตัวเองต้องรับผิดชอบมาคนละ 300 หัวข้อ ซึ่งพอเอาหัวข้อมารวมกันก็จะเป็นจำนวนที่มหาศาล เราก็จะมีประเด็นที่เป็น Stock Content อยู่เยอะ มีให้เลือกใช้ได้ตลอด และอีกอย่างคือทีมงานจะอยู่ในรูปแบบของ All in One ที่ทุกคนสามารถทำได้ทุกอย่างตั้งแต่ไปออกกอง เขียนข่าว ถ่ายรูป ถ่ายวีดีโอ ตัดต่อ ทุกอย่างครบจบในคนเดียว

การทำงานกับ Brand ในปัจจุบัน

ถ้าเทียบอดีตกับปัจจุบันค่อนข้างแตกต่างกัน Brand มีความเข้าใจเรื่องของสื่อออนไลน์มากขึ้น การทำงานเปลี่ยนไปเยอะ และต้องเปลี่ยนวิธีคิดด้วย เพราะพฤติกรรมคนไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป เมื่อก่อนคนรับสารอยู่ทางเดียว แต่ปัจจุบันมีการโต้ตอบไปมา จึงเป็นคำตอบว่าทำไมถึงมีจำนวนผู้ชม Facebook Live มากขึ้นและดูโทรทัศน์น้อยลง เพราะ Facebook Live มี Comment ที่สามารถอ่านความคิดเห็นของคนอื่นได้ เป็นธรรมชาติของคนอยู่แล้วที่ชอบมีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่น

จากอดีตที่สื่อเป็นผู้ที่เลือกคนอยากอ่านหนังสือต้องไปแผงหนังสือ อยากฟังวิทยุต้องหมุนหาคลื่นเอง แต่ปัจจุบันกลับกลายเป็นผู้ถูกเลือก เพราะฉะนั้นต้องสร้างความโดดเด่นขึ้นมา และที่สำคัญคือคนบนโลกออนไลน์จะไม่ชอบโฆษณา เวลาเจอก็จะคอยกด Skip หนีไป ซึ่งโฆษณาในยุคนี้ก็ต้องมีความจริงใจ ต้องบอกตัวเองว่าเป็นโฆษณาไม่อย่างนั้นก็จะเปิดความรู้สึกในทางลบกับแบรนด์นั้นๆได้

แบรนด์ในปัจจุบันก็มีการปรับ Content ในแต่ละ Platfrom จากแต่ก่อน Content เดียวแล้วปล่อยไปทุกสื่อเหมือนๆกัน แต่ในปัจจุบันกลายเป็นไอเดียเดียวแต่หลาก Content เพราะในแต่ละที่จะมีวิธีการเล่าที่ไม่เหมือนกัน แต่ Content ตามที่ต่างๆก็ยังคงเล่นใน Kay Message เดียวกัน

โดยสรุปแล้วในปัจจุบันคนทำงานด้าน Content ก็ยังคงอยู่ได้ แต่เปลี่ยนที่ Platfrom ในอนาคตการนำเสนอจะมีวิธีการที่ล้ำขึ้น อาจจะมีการใช้ AI เข้ามาใช้งาน สุดท้ายคือเรื่องที่เล่านั้นไม่เปลี่ยน แค่เปลี่ยนที่วิธีการเล่าเท่านั้นเอง

ถ้าอยากฟังเต็มๆสามารถเข้าไปฟังได้ในคลิปข้างล่างเลยครับ ขอบคุณงานดีๆแบบนี้จาก Thumbsup ด้วยนะครับ

https://www.facebook.com/thumbsupth/videos/1731610876862879/

วันจันทร์ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2560

แจ้งผู้กระทำผิดผ่าน Line พร้อมได้ส่วนแบ่งค่าปรับ



สัปดาห์ที่ผ่านมาได้เห็นข้อความนี้จาก Twitter ของประชาสัมพันธ์กรุงเทพมหานครครับ เป็นช่องทางอีกหนึ่งช่องทางที่ให้ประชาชนสามารถแจ้งเบาะแสของการกระทำผิดไม่ว่าจะเป็นการทิ้งขยะไม่เป็นที่ จอดรถในที่หา้มจอด ขี่จักรยานยนต์บนทางเท้า หรือการตั้งวางสิ่งของบนทางเท้า

https://twitter.com/pr_bangkok/status/898047801346539520

แน่นอนว่าช่องทางการสื่อสารในปัจจุบันมีหลายหลากวิธีครับ และ Line Application ก็เป็นอีกช่องทางที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยเป็นอันดับต้นๆ คงจะเห็นว่าจุดนี้น่าจะเป็นช่องทางที่ประชาชนสามารถแจ้งเรื่องได้สะดวกจึงเปิด Account นี้ขึ้นมา

จากการที่ส่วนตัวแล้วเป็นประชาชนที่เจอการกระทำผิดแบบนี้เยอะมาก เรียกได้ว่าแค่ก้าวออกจากบ้านก็เจอทุกวันเรื่องจักรยานยนต์บนทางเท้าเนี่ย ทำให้เราต้องคอยเดินหลบทั้งๆที่มันเป็น "ทางเท้า" ลองแจ้งดูสักหน่อยก็แล้วกัน



Add
เมื่อทำการแอด Account นี้จาก QR Code หรือ ID Line ซึ่งชื่อ ID Line นี่จำยากเหลือเกิน แนะนำว่าแอดด้วย QR Code ง่ายที่สุดแล้ว หลังจากนั้นก็จะขึ้นข้อความแนะนำการแจ้งเบาะแสการกระทำผิดขึ้นมาครับ



แจ้งเบาะแสเมื่อเจอเบาะแสการกระทำผิดก็ทำการรายงานครับ โดยต้องแจ้งชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน ที่อยู่ และหมายเลขโทรศัพท์ของเรา หลังจากนั้นส่งรูปภาพหรือคลิปวีดีโอการกระทำผิด พร้อมแจ้งวัน เวลา สถานที่กระทำความผิด เมื่อเราส่งหลักฐานไปจะมีการรับเรื่องเพื่อประสานงานให้เขตรับผิดชอบต่อไปครับ

การตอบรับ
ผ่านไป 1 วัน มีหมายเลขโทรศัพท์ที่ไม่คุ้ยเคยโทรมาช่วงบ่าย ว่าสามารถจับปรับผู้กระทำผิดได้แล้วให้มารับรางวัลนำจับ แต่ผมปฏิเสธที่จะไปรับเงินรางวัลนำจับ ถือว่าเป็นที่น่าพอใจที่มีการตอบรับและดำเนินการแบบเป็นจริงเป็นจังขึ้นมาครับ

วันเสาร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2560

พาไปดู Youtube Space Tokyo





จุดเริ่มต้น

ผมเรียนปริญญาโทอยู่ครับและหนึ่งในโปรเจคของการดูงานปริญญาโทในปีนี้คือประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง แน่นอนว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่เดินทางไปได้ไม่ลำบากนัก แต่มีหนึ่งในสถานที่ที่อยากไปมากๆและครั้งนี้ก็มีโอกาสได้ไปนั่นก็คือ Youtube Space ที่โตเกียวนั่นเอง



Youtube Space คืออะไร

Youtube Space คือสถานที่อำนวยความสะดวกให้กับ Youtuber(คนที่ทำคลิปลง Youtube) หรือผู้ที่อยากจะเป็น Youtuber ได้มาใช้บริการ โดยใน Youtube Space ก็จะมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆไม่ว่าจะเป็นสตูดิโอ อุปกรณ์ถ่ายทำวีดีโอ หรือแม้กระทั่งการจัด Workshop เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับนักสร้างสรรค์ทั้งหลาย



แล้ว Youtube Space ที่ประเทศไทยหละ?
เหมือนกับทาง Youtube ยังไม่มีสตูดิโอในเมืองไทย แต่เคยมี Youtube Space ที่อยู่ในรูปแบบของ YouTube Pop-up Space ที่เปิดบริการชั่วคราวเมื่อปีที่แล้วที่กรุงเทพฯ ก็ต้องคอยดูว่าทาง Youtube จะมีโครงการที่จะตั้ง Youtube Space ในรูปแบบสถานที่ถาวรในประเทศไทยรึเปล่า

บรรยากาศของ Youtube Space Tokyo

Youtube Space Tokyo

กลับมาพูดถึง Youtube Space Tokyo กันบ้าง แต่ก่อนอื่นลองดูคลิปในช่วงแรกที่ถ่ายมาก่อนก็ได้ครับ ผมไม่สามารถดึงคลิปทั้งหมดในการสนทนามาได้เพราะทาง Youtube อนุญาตให้ตัดต่อวีดีโอมาลง Youtube เพียงแค่ 1 นาทีเท่านั้น และในส่วนนี้ผมขอสรุปที่ไปพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ของทาง Youtube Space Tokyo มาเล่าให้ฟังกันครับ

Studio ของ Youtube Space Tokyo

Youtube Space จัดตั้งขึ้นมาเพื่อรองรับผู้ที่ทำวีดีโอลงใน Youtube ทั่วโลกเนื่องจาก บางครั้ง Youtuber ไม่มีอุปกรณ์ระดับมืออาชีพในการถ่ายทำ ที่นี่จะคอยช่วยเหลือในเรื่องของอุปกรณ์เพื่อให้ Youtuber มีคลิปที่มีคุณภาพที่ดีขึ้น โดยผู้ที่จะสามารถใช้งาน Youtube Space ได้คือคนที่มียอด Subscribe เกิน 10,000 คน สามารถใช้งานได้ฟรี ทั้งพื้นที่ของสตูดิโอ หรืออุปกรณ์ต่างๆไม่ว่าจะเป็นกล้อง อุปกรณ์บันทึกเสียง หรืออุปกรณ์จัดแสง สำหรับผู้ที่ทำคลิปที่มียอด Subscribe ไม่เกิน 10,000 คน ทาง Youtube Space ก็มีการจัด Workshop เพื่อให้ผู้ที่ทำคลิปมีความรู้ความเข้าใจในการทำคลิป และสามารถเอาไปพัฒนาในเรื่องการทำคลิปเพื่อให้มียอดคนดูเยอะขึ้นได้

ห้องสัมนา

ที่ Youtube Space Tokyo มีพื้นที่สำหรับการทำ Video Production อย่างครบครัน โดยมีสตูดิโอทั้งหมด 3 ห้อง โดยสตูดิโอห้องที่เข้าไปดูคือสตูดิโอ 2 ในห้องนี้เป็นผนังสกรีนมีทั้งผนังเป็นสีขาวล้วนและสามารถเปลี่ยนเป็นฉากดำหรือ Green Screen ได้ (Green Screen คือฉากสีเขียวที่เวลาถ่ายทำวีดีโอแล้วสามารถดึงสีเขียวออกเปลี่ยนเป็นฉากอะไรก็ได้ในขั้นตอนตัดต่อ) ห้องมีขนาดพื้นที่ 65 ตารางเมตร ในห้องก็มีจะมีอุปกรณ์ไฟแขวนอยู่บนเพดานสามารถจัดไฟใช้งานได้ นอกจากนั้นก็ยังมีห้องบันทึกเสียง ห้องแต่งหน้า ห้องตัดต่อ และห้องสัมมนา โดยที่ Youtuber ต้องนำทีมงาน ช่างกล้อง ช่างไฟ ช่างแต่งหน้ามาเอง แต่ถ้าทีมงานใช้งานอุปกรณ์ไม่เป็นก็จะมี Workshop การใช้อุปกรณ์ให้ด้วย

โซนครัว ที่สามารถเอามาถ่ายรายการก็ได้

ห้องตัดต่อ

ห้อง Color Collection

ห้องแต่งหน้า

ถ้า Youtuber มียอด Subscribe มากกว่า 100,000 คน ก็ามารถใช้พื้นที่ของ Youtube Space Tokyo มาจัด Event ได้ โดยที่นี่เคยมี Youtuber ชาวไทยจากช่อง I love Japan มาจัดงาน Event อยู่เหมือนกัน
สตูดิโออีกห้อง โดยจัดเป็นฉากร้านกาแฟของมังงะเรื่อง Tokyo Ghoul

วิวของ Youtube Space Tokyo เห็น Tokyo Tower ด้วย

ถือว่าเป็นพื้นที่ดีๆ สำหรับชาว Youtuber ที่ต้องการทำ Video Production ดีๆ Youtuber ทั่วโลก(ไม่จำเป็นต้องเป็น Youtuber ชาวญี่ปุ่น) สามารถมาใช้งานได้เลย เพียงแค่ลงทะเบียนผ่านใน Website ของ Youtube Space Tokyo เท่านั้นเอง

วันเสาร์ที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 2560

แนะนำ Podcast รายการ Startup Talk


Podcast คืออะไร
การจัดรายการ Podcast ตอนนี้ก็เริ่มกลับมาเป็นที่นิยมในประเทศไทยอีกครั้งแล้วนะครับ ทำไมถึงใช้คำว่าอีกครั้ง เพราะหลายคนอาจจะบอกว่า Podcast คืออะไรไม่เห็นรู้จักเลย ถ้าสำหรับนิยามของตัวผมเองแล้ว Podcast คือการนำเสนอรายการที่สามารถรับชม(ในรูปแบบวีดีโอ) รับฟัง(ในรูปแบบไฟล์เสียง) ได้ทุกที่ทุกเวลา ในแบบของ on demand เมื่อก่อนในประเทศไทยก็เคยบูม(ในกลุ่มเล็กๆ)อยู่ช่วงนึง แล้วก็เงียบหายไปครั้งนี้กลับมาบูมอีกครั้ง(ในกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม)

ติดตาม Podcast ได้ที่ไหน
Podcast มีหลากหลายช่องทางให้ติดตามมาก ไม่ว่าจะเป็น Youtube , Soundclound หรือแม้แต่ Podcast ที่เป็นระบบของ Apple เอง ส่วนจะเลือกรับชมรับฟังอะไรดีนั้นก็มีให้เลือกหลายหลาย ตามหมวดหมู่ที่ตัวเองสนใจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคโนโลยี , เกม , ผี , สถาปัตยกรรม , ทองเที่ยว, การ์ตูน และอื่นๆอีกเพียบจนบางทีก็สงสัยว่ามันมีหัวข้อแบบนี้ให้นำเสนอด้วยหรอ

เข้าเรื่องเลยดีกว่า
เมื่อก่อนผมก็เคยทำรายการ Podcast ครับลงในระบบของ Apple นี่แหละ เป็นรายการที่มาคุยเรื่องเกี่ยวกับโรงหนัง , การทำหนัง แต่เพราะไม่ได้จ่ายค่าเช่าที่เลยทำให้รายการหายไปเลย เสียดายอยู่เหมือนกัน พอเวลาผ่านไปบริการต่างๆในเรื่อง Podcast ก็มีรองรับมากขึ้น รายการต่างๆก็เริ่มเยอะขึ้น โดยเฉพาะในระบบ Soundcloud ที่ส่วนตัวมองว่าช่องที่ใหญ่ที่สุดในตอนนี้คือ GetTalks มีหลายรายการมากลองไปหาฟังดู

ส่วนผมเองในตอนนี้ก็มีโอกาสได้ทำรายการ Podcast ที่ต่อยอดมาจากรายการ เดอะ ยูนิคอร์น สตาร์ทอัพพันล้าน ทางช่องเวิร์คพอยท์ ซึ่งเป็นรายการที่นำเสนอ Tech Startup ในรูปแบบของ Application มาให้ผู้ชมในห้องส่งรวมถึงคณะกรรมการได้ลองฟัง ลองใช้ หลังจากนั้นก็ลงคะแนนแข่งกันจนถึงรอบชิง 3 ธุรกิจที่มีคะแนนสูงสุด ซึ่งในแต่ละ Application นั้นก็มีข้อดีข้อเสีย และมีกลุ่มเป้าหมายที่ค่อนข้างแตกต่างกัน ทำให้ความน่าสนใจของแต่ละ Application ก็มีความแตกต่างกันอีกด้วย



ในรายการ เดอะ ยูนิคอร์น สตาร์ทอัพพันล้าน ได้นำเสนอ Application เพียงแค่แนวคิดเบื้องต้นและวิธีใช้งาน รวมถึง Business Model ที่ได้วางแผนไว้ เนื่องด้วยเวลาในการออกอากาศที่ค่อนข้างจำกัด เพราะยังมีอีกหลายอย่างที่อยากจะรู้เพิ่มเติมในแต่ละ Application เช่น การเตรียมตัวในการเริ่มต้นธุรกิจ Startup หรือการล้มลุกคลุกคลานก่อนที่จะมาถึงจุดที่ยืนอยู่ ณ ปัจจุบัน จากแนวคิดนี้ทำให้กำเนิด Podcast รายการที่ชื่อว่า Startup Talk ขึ้นมา โดยมีพิธีกรร่วมเป็นพี่บอล @up2gu ผู้มีประสบการณ์ในการจัดรายการ Podcast โดยสร้างจักรวาลรายการ Podcast ของตัวเองขึ้นมาเยอะมาก และร่วมกับ GetTalks ที่ให้พื้นที่ในการเผยแพร่รายการอีกด้วย

ตั้งแต่ได้เริ่มทำ Startup Talk ขึ้นมาก็คิดว่าถ้าใครที่ได้ชมรายการเดอะ ยูนิคอร์น สตาร์ทอัพพันล้านแล้วมาฟัง Startup Talk ต่อเนี่ย ก็ค่อนข้างช่วยในการต่อยอดแนวคิดในการทำธุรกิจขึ้นมาได้ประมาณนึงเลยนะ แต่ละธุรกิจก็ถือว่าเป็น Case Study อย่างดี เพราะแต่ละธุรกิจก็ได้ให้ข้อมูลมาอย่างละเอียด และมีข้อแนะนำต่างๆที่มีประโยชน์มากในการทำธุรกิจ ก็เลยอยากจะแนะนำให้ฟังกันครับ

กดฟังได้ที่นี่

วันพฤหัสบดีที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2560

วิธีซ่อนคนที่เราติดตาม(Following) ใน Facebook



วันนี้จะมานำเสนอวิธีซ่อน Following แบบง่ายๆ เพียงไม่กี่ขั้นตอน ทีนี้ก็ไม่มีใครสามารถดูได้แล้วว่า Facebook ของเราได้ทำการกดติดตามใครไปบ้าง



เข้าไปที่ https://www.facebook.com/me/following ก็จะปรากฎรายชื่อคนต่างๆที่เรา Follow ไป



ทำตามขั้นตอนต่อไปเลยครับ



ทำตามขั้นตอนต่อไปเลยครับ



ทำตามขั้นตอนต่อไปเลยครับ



จบ.

Ads Inside Post