รอรถเมล์อย่างมีความหวังด้วย Google Map

เชื่อว่า สิ่งที่เจอประจำในวันที่เดินทางด้วยรถเมล์นั่นคือการรอรถเมล์นานมากกกกกกกกก นานเป็นชั่วโมงก็ไม่มาสักทีจนรู้สึกทนไม่ไหวแล้วตัดสินใจโบก Taxi ดีกว่า พอโบก Taxi จนเจอคันที่ยอมไปปุ๊ป รถเมล์ก็วิ่งตามหลังมาปั๊ป ความเฟลแบบนี้มักเจอได้ตลอดเวลา แต่ความรู้สึกนี้จะหมดไปถ้าเรารู้ว่ารถเมล์สายที่เรารอเนี่ยอยู่ที่ไหน และจะมาถึงป้ายเมื่อไหร่ ปัญหานี้จะหมดไปทันทีเพียงแค่เราหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เปิดไปยัง Application สามัญประจำบ้านที่แทบทุกเครื่องจะต้องมีนั่นคือ Google Map นั่นเอง ถ้าไม่มีก็ไปโหลดใน Store ได้เลย วิธีการใช้งานเพียงแค่จิ้มไปที่ป้ายรถเมล์ที่เรายืนอยู่ โดยป้ายรถเมล์จะเป็นสัญลักษณ์รถเมล์สีฟ้าขาว พอจิ้มลงไปก็จะปรากฎป้ายรถเมล์ที่เราเลือก หลังจากนั้นก็กดเข้าไปที่ชื่อของป้ายรถเมล์ Application จะแสดงสายรถเมล์ที่ผ่านมายังสายนี้ เมื่อกดเข้าไปอีกครั้งก็จะแสดงรถเมล์สายต่างๆที่กำลังจะมาถึง โดยแสดงระยะเวลาเป็นนาที พร้อมแจ้งว่าสุดสายของรถเมล์คันนั้นคือที่ไหน สุดท้ายถ้ากดเข้าไปดูข้อมูลรถเมล์แต่ละคันก็จะบอกเลยว่ารถเมล์คันนั้นจะมาถึงแต่ละป้ายในเวลาเท่าไหน โดยค่า Default ของ Application จะตั้งป้ายรถเมล์ที่เราอยู่เป็นอันดับแรกเพื่อให้เห็นว่ารถเมล์จะเดินทางไปยังป้ายต่อไปที่ไหนบ้าง แต่เราสามารถเลื่อนขึ้นเลื่อนลงเพื่อที่จะตรวจสอบได้ว่ารถเมล์คันที่เราดูข้อมูลอยู่ที่ไหนแล้วในรูปแบบ Real Time Google Map มีฟีเจอร์ที่มากมายเกินกว่าที่เราคิดจริงๆนะครับ และฟีเจอร์นี้ก็ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับคนที่เดินทางด้วยรถเมล์ที่ต้องการตรวจสอบว่ารถเมล์คันที่เราจะขึ้นอยู่ถึงไหนแล้ว และต้องรออีกนานเท่าไหร่ ทำให้การรอรถเมล์มีความหวังขึ้นมาอีกเยอะเลย Facebook Comments

[Book]No Rain in Britain

สำหรับใครที่เคยอ่านงานเขียนอย่างถั่วงอกและหัวไฟของทรงศีล ทิวสมบุญ อาจจะคุ้นเคยบรรยากาศที่อยู่ในเล่มนี้ดี แม้ถั่วงอกและหัวไฟจะเป็นหนังสือภาพ ส่วน No Rain in Britain เป็นหนังสือท่องเที่ยว ซึ่งดูแล้วไม่น่าที่จะเกี่ยวโยงกันได้เลยก็ตาม แต่ส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งนี้ก็เพื่อที่จะตามหาตัวตนของเลดี้ชุดดำ ตัวละครของนิยายภาพถั่วงอกและหัวไฟ โดยบรรยากาศจะมีความหม่นผสมปนเปกับความแฟนตาซีอยู่บ้าง แต่ในเล่มนี้มันมีบรรยากาศที่มากกว่านั้น เพราะทรงศีลไม่ได้เขียนคนเดียว แต่ยังมีภรรยาของเขาร่วมเขียนด้วย บรรยากาศจากความหม่นผสมแฟนตาซีกลับกลายเป็นบรรยากาศที่แซมความหวานเข้าไปอยู่ด้วยตลอดทั้งทริป จนบางครั้งก็มีความรู้สึกอิจฉาเล็กๆ แม้ว่าโดยส่วนตัวแล้วจะแต่งงานแล้วก็ตามที แต่การที่ได้มีเวลาดีๆร่วมกัน รวมถึงการทำอะไรร่วมกันของคนที่มีความรักต่อกันมันเป็นภาพที่ดี เห็นทีไรก็อดยิ้มตามไปด้วยไม่ได้ทุกที โดยเฉพาะช่วงท้ายของหนังสือที่เปลี่ยนจากหนังสือท่องเที่ยวมาเป็นเรื่องราวส่วนตัวที่อ่านแล้วรู้สึกถึงความรู้สึกของคนทั้งสองที่มีให้กัน พออ่านจบเท่านั้นแหละก็อยากเก็บกระเป๋าเดินทาง หาเวลาดีๆร่วมกันกับคนรักบ้างเลย No Rain in Britain ทรงศีล ทิวสมบุญ , กฤติการ ชัยกล้าหาญ เขียน สำนักพิมพ์ a book 320 หน้า 295 บาท Facebook Comments

[Book]มนุษย์ยืนอยู่บนปลา Man on Fish

หนังสือที่น่าดึงดูดใจด้วยชื่อของนักเขียน เพราะส่วนมากจะรู้จักกับงานของคนๆนี้ด้วยผลงานศิลปะแขนงอื่นมากกว่างานเขียน เมื่อได้ลองมาสัมผัสกับตัวอักษรของคนๆนี้ก็ยอมรับเลยว่าเขาสามารถอยู่ในวงการศิลปะได้หลายแขนงจริงๆ รวมถึงการเขียนหนังสือ ไม่แน่ใจว่านี่คือหนังสือที่เป็นรูปวาดจากงานเขียน หรืองานเขียนจากรูปวาด อะไรที่เกิดขึ้นก่อน หรือทั้งสองสิ่งนี้จะเกิดขึ้นพร้อมๆกัน ที่สามารถสื่ออารมณ์ถึงกันและกันได้เป็นอย่างดี และที่สำคัญคือทั้งรูปภาพและงานเขียนมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองอย่างชัดเจน สิ่งที่ชายหนุ่มคนนี้สื่อสารออกมาคือเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับหลายๆสิ่งรอบตัว บางครั้งก็เข้าใจได้โดยทันที บางครั้งก็ต้องอาศัยการตกตะกอนของความคิด แต่โดยรวมสิ่งที่ได้รับสารจากหนังสือเล่มนี้ทำมห้คนอ่านอย่างเราๆมีความรู้สึกและความคิดใหม่ๆเกิดขึ้นมามากมายเลยทีเดียว มนุษย์ยืนอยู่บนปลา Man on Fish โลเล ทวีศักด์ ศรีทองดี เขียน สำนักพิมพ์อะบุ๊ก 152 หน้า 225 บาท Facebook Comments

บทสรุปตัวเองในปี 2559

นับได้ว่าปีนี้เป็นปีที่ตัวเองสาหัสพอสมควรในเรื่องต่างๆ แต่บางอย่างก็มีเรื่องดีๆอยู่บ้าง เลยขอแบ่งเป็นเรื่องๆไปดีกว่าว่าเกิดอะไรในปี 2559 บ้าง ย้ายบ้าน สิ่งนี้คือเรื่องสาหัส เพราะการย้ายบ้านนั้นเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก โดยเฉพาะการย้ายบ้าน 3 ครั้งใน 1 ปี จากตลิ่งชันไปลาดพร้าว จากลาดพร้าวกลับมาตลิ่งชัน และสุดท้ายจากตลิ่งชันไปท่าพระ กินพลังงานชีวิตมหาศาลเลยทีเดียว ซึ่งการย้ายครั้งล่าสุดนี่ก็ยังย้ายไม่เสร็จสักที การย้ายบ้านทำให้มีความรู้สึกว่าคนเรานี่สะสมของไม่จำเป็นไว้เยอะมาก โดยเฉพาะสิ่งที่เรียกว่า “สมบัติบ้า” เพราะทุกครั้งที่บ้ายบ้านจะมีสมบัติบ้ากองโตต้องให้ทิ้งเสมอไป พอตั้งปณิธานไว้ว่าจะไม่ซื้ออะไรที่ไม่จำเป็นแล้วก็อดใจไม่ได้ มีของเต็มบ้านทุกที เชื่อเถอะคนอื่นก็เป็น การเรียน ความรู้สึกขึ้นๆลงๆมากเลย บางครั้งก็รู้สึกโอเค บางครั้งก็รู้สึกแย่ บางครั้งก็รู้สึกเลือกผิดกับความต้องการรึเปล่า แต่ทำไงได้จ่ายค่าเทอมไปครบหมดแล้ว เหลือแค่เล่ม Thesis นี่แหละ แค่อีกอึดใจเดียว(ใหญ่ๆ)เท่านั้น อ่านหนังสือ กลับมาอ่านหนังสือเยอะอีกครั้ง โดยเฉพาะหนังสือภาษาอังกฤษ การอ่านหนังสือภาษาอังกฤษของคนที่อ่อนภาษาอังกฤษนี่ใช้เวลากับหนังสือแต่ละเล่มเยอะมากพอสมควรนะ ครั้งแรกที่คิดจะอ่านก็เลือกว่าน่าจะอ่านหนังสือที่ชอบก่อนจะได้ใช้เวลาโฟกัสและสนุกไปกับมันได้ เล่มแรกอ่าน Comic เรื่อง Y : The Last Man เป็นเรื่องเกี่ยวกับโลกที่อยู่ๆโครโมโซม Y (ผู้ชาย)ก็ตายจากไปหมด แต่เหลือเพียงผู้ชายคนเดียวที่เหลือรอด ถ้าคิดว่าผู้ชายคนเดียวท่ามกลางหมู่ผู้หญิงคงเป็นสวรรค์ของใครหลายๆคน แต่เปล่าเลยผู้ชาคนนี้โดนไล่ฆ่าตลอดทั้งเล่ม อ่านจบไป […]

[Book]SUM : Forty Tales From the Afterlives

พิจารณาจากหน้าปกแล้ว ไม่สามารถบอกได้เลยว่าหนังสือเล่มนี้น่าหยิบขึ้นมาอ่านรึเปล่า เป็นเพียงพื้นสีขาวเรียบๆ พร้อมตัวอักษรที่ดูแปลกประหลาดสีน้ำเงินกระจายอยู่ทั่วหน้าปก รู้แค่เพียงหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือแปล คนเขียนคือ David Eagleman แปลโดย ณัฐกานต์ อมาตยกุล และพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ใจใจbooks ดูจากประวัติคนเขียนแล้วมีความน่าสนใจอยู่อย่างนึงคือ David Eagleman เนี่ยจบปริญญาตรีสาขาวรรณคดีอังกฤษ แต่ต่อปริญญาเอกวิชาประสาทวิทยาศาสตร์ โห!!! คนละแนวเลย เพราะแบบนี้ทำให้งานเขียนออกมาดูมีทั้งความน่าติดตามที่ผสมผสานความเป็นวิทยาศาสตร์อยู่ในนั้น SUM เป็นเรื่องสั้น 40 เรื่องเล่าเกี่ยวกับชีวิตหลังความตายในรูปแบบต่างๆ ทั้งเรื่องของความเชื่อ และหลักความน่าจะเป็นในหลักวิทยาศาสตร์ โดยแต่ละบทนั้นก็ยาวเพียงแค่ 2-3 หน้า แต่เป็น 2-3 หน้าที่ทำให้เราต้องคิดตามอย่างมาก โดยที่บางบทก็สะท้อนออกมาหลากหลายอารมณ์ ทั้งอย่างเจ็บแสบ น่าค้นหา น่าเศร้าใจ หรือแม้แต่บันเทิงใจ โดยแต่ละบทก็ไม่ได้สรุปว่าชีวิตหลังความตายในรูปแบบที่เล่ามาคือสิ่งที่ดีหรือไม่ดี เพราะเห็นเพียงแนวคิด และความเป็นไปในแต่ละรูปแบบมากกว่า เมื่ออ่านทั้ง 40 บท หรือทั้ง 40 รูปแบบชีวิตหลังความตาย ก็ยังคงไม่ได้บทสรุปว่าความจริงแล้วชีวิตหลังความตายที่แท้จริงคืออะไร แต่สิ่งที่ได้หรือรูปแบบบางอย่างที่เราอาจจะคิดไม่ถึงว่ามันน่าจะมีแบบนี้อยู่ด้วย เมื่อเรื่องราวที่ดูมีความหลากหลาย และแฝงสิ่งที่จะเล่าออกมาในทุกๆบท แน่นอนว่าคงเป็นหนังสือที่ไม่สามารถเก็บได้ทุกอย่างเมื่ออ่านเพียงแค่รอบเดียวแน่ๆ   SUM : Forty […]

Buffet สุดหรูที่ Renaissance Bangkok Ratchapresong Hotel

วันนี้ชวนมาทานอาหารแบบหรูกันครับ เพราะนี่คือการทานอาหารบุฟเฟ่ต์นานาชาติที่ Renaissance Bangkok Ratchapresong Hotel โรงแรมนี้ก็ตั้งอยู่แถว BTS ชิดลม ส่วนบรรยากาศและรสชาติอาหารจะเป็นอย่างไรไปลองกันเลยครับ พอมาถึงที่โรงแรมจาก Lobby ก็ให้ขึ้นบันไดหรือขึ้นลิฟต์ก็ได้ไปที่ชั้น M ชื่อร้าน Flavors บุฟเฟ่ต์อาหารกลางวันนี้สามารถมาทานได้ในช่วงเวลา 11:30-14:30 น. ส่วนมื้อดึกจะทานได้ในช่วง 18:00-22:00 น. ครับ บรรยากาศข้างในร้านครับ สามารถนั่งทานเป็นคู่ เป็นโต๊ะครอบครัว หรือจะมาเป็นหมู่คณะที่นี่ก็สามารถรับรองได้ มาถึงโซนอาหารกันบ้าง โซนแรกที่จะแนะนำคือโซนผักสลัด มีผักมากมายหลายหลากให้ได้เลือกสรรส่วนผสมตามใจชอบ โซนอาหารญี่ปุ่นก็เด็ดไม่แพ้กัน ปลาดิบแร่ได้บาง และมีความสด อาจจะติดที่วาซาบิไม่ค่อยถึงใจสักเท่าไหร่ อาหารทะเล นี่ก็มีความสด แต่มีให้เลือกน้อยไปนิดนึง โซนขนมปังครับ มีให้เลือกหลากหลาย มาที่อาหารไทย โซนนี้ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ เพราะรู้สึกรสชาติค่อนข้างธรรมดา อาหารจากอิตาลีครับ พวกสปาเกตตี้ เฟสทูซีน เพนเน่ โซนอาหารอินเดียครับ ก๋วยเตี๋ยว มีให้เลือกใส่ได้ตามใจชอบครับ มีให้เลือกละลานตา จะเอาเส้นอะไร ใส่ส่วนผสมอะไรบ้าง หรือแม้กระทั่งจะใส่น้ำซุปอะไร เนื้อแกะครับ รสชาติดี […]

ทดลองใช้แชมพูบำรุงผมและเซรั่มผมงอกดำจาก AloEx

ได้มีโอกาสลองผลิตภัณฑ์จาก AloEx มาครับ โดยผลิตภัณฑ์ที่ได้ลองนั้นคือแชมพูและเซรั่ม ซึ่งเป็นจังหวะที่ดีมากๆเพราะส่วนตัวแล้วผมเองเป็นคนที่ไว้ผมยาวครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นตอนนี้คือเมื่อไว้ผมยาวแล้วก็ต้องมัดผม เวลาที่ดึงยางมัดผมก็จะมีผมติดมาด้วยทุกครั้ง และรู้จำนวนเส้นผมจากการกวาดพื้นทุกอาทิตย์นี่แหละครับว่ามันมีปริมาณที่ค่อนข้างเยอะ แสดงว่าจำนวนผมที่ร่วงในแต่ละวันนี่ไม่น้อยเลยทีเดียว , ผมมัน ทำให้ต้องสระผมค่อนข้างบ่อยคือวันเว้นวัน เลยได้โอกาสมาลองดูสักหน่อยว่า AloEx จะช่วยบำรุงได้มากน้อยขนาดไหน AloEx Shampoo ขวดขนาด 200 ml ราคา 595 บาท ผลิตภัณฑ์จาก AloEx ตัวที่แรกที่ได้ลอง หน้าตาของ Package สวยงามน่าใช้งาน และขวดมาในรูปแบบปั๊มครับ ตัวแชมพูเองมีลักษณะใสและมีสีเขียวจางเล็กน้อยไม่เหนียวหนืดทำให้ปั๊มออกมาง่าย มีกลิ่นหอมในแบบธรรมชาติ ใช้สระผมเหมือนกับแชมพูทั่วไปครับ ตัวแชมพูล้างออกง่าย ทำให้ไม่รู้สึกของการมีอะไรตกค้างบนศีรษะเลย AloEx Hair Serum Spray ขวดขนาด 120 ml ราคา 990 บาท Package ของเซรั่มอยู่ในรูปแบบสเปรย์ขนาดพอดีมือ วิธีใช้ก็ฉีดไปตามโคนผมแล้วปล่อยให้ซึมและแห้งเองครับไม่ต้องไปล้างออก ความรู้สึกจะเหมือนฉีดน้ำแร่ทั่วไป แค่มีกลิ่นของเซรั่มเพิ่มเติมเข้ามา ส่วนมากผมใช้ช่วงหลังอาบน้ำเสร็จเป่าผมให้แห้งเรียบร้อยแล้วก็ฉีดทันที กลิ่นสำหรับผมแล้ว รู้สึกว่าจะเป็นกลิ่นจากธรรมชาติเลยรู้สึกดีครับ เพราะส่วนตัวไม่ค่อยชอบกับสเปรย์ที่มีกลิ่นสารเคมีสักเท่าไหร่ ผมมีโอกาสได้ทดลองใช้มาประมาณ […]

เล่น Pokemon GO อย่างไรให้ประหยัดแบตที่สุด

แน่นอนว่า Pokemon GO เป็นเกมที่ได้รับความนิยมในตอนนี้ และหลายคนประสบปัญหาแบตมือถือหมด เพราะเป็น App ที่สูบแบตมาก ต้องเปิดหน้าจอ , ใช้ GPS , เปิดกล้อง เลยจะมาแนะนำวิธีที่ทำให้ประหยัดแบตที่สุดในการเล่น Pokemon GO เพื่อให้แบตมือถือสามารถอยู่ได้นานที่สุด   วิธีแรก ง่ายที่สุด เข้า Low Power Mode จะเป็นการปิดการทำงานบางอย่างของโทรศัพท์มือถือ ต่อมาเมื่อเข้าไปใน Pokemon GO แล้ว เข้าไปที่ Pokeball แล้วกดที่ Setting ด้านบนมุมขวา ปิดเสียง ปินสั่น และเปิด Battery Saver เอาไว้ แต่แนะนำว่าเปิดสั่นเอาไว้จะดีกว่าครับ เพราะจะได้ไม่ต้องจ้องหน้าจอตลอดเวลา เวลา Pokemon โผล่ออกมาเครื่องจะได้สั่นแจ้งเตือนเราได้ ส่วนโหมด Battery Saver นั้นเวลาที่เราตะแคงมือถือเหมือนถือเดิน จะพักหน้าจอให้เราครับ เวลาที่เจอ Pokemon ด้านบนขวาจะมีคำสั่งให้ปิด AR จะทำให้ปิดการใช้งานของกล้อง […]

Documentary Club : DVD Collection 02

หลังจากที่เคยซื้อ DVD ของ Documentary Club ชุดแรกไปแล้วก็เกิดติดอกติดใจกับหนังสารคดีครับ พอมีชุดที่ 2 ออกมาขายก็จัดการซื้อทันทีโดยไม่ลังเลเลย Documentary Club : DVD Collection 02 มีทั้งหมด 5 เรื่องครับ นั่นคือ The New Rijksmuseum Iris A Matter of Teste The Wolfpack Gayby Baby โดยที่ The New Rijksmuseum และ Iris มาในรูปแบบ DVD Boxset ส่วน A Matter of Teste , The Wolfpack , Gayby Baby เป็น DVD ธรรมดาครับ มาเริ่มดูในส่วนของแผ่น […]

ในวันที่ผมแต่งงาน

เขียนจดหมายไปทางรายการจดหมายเด็กแมวอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นการเล่าเรื่องของการแต่งงานของผมเองครับ ทีแรกก็ว่าจะมาเขียน Blog เรื่องนี้แหละ แต่คงไม่ต่างอะไรกับจดหมายที่เขียนมา ก็คงขอยกจดหมายทั้งฉบับมาแปะเอาไว้เลยก็แล้วกัน อ่านจดหมายฉบับนี้โดย พี่บอย ตรัย ภูมิรัตน เริ่มต้นนาทีที่ 33:25 “สวัสดีครับพี่ๆจดหมายเด็กแมว ผม beerboy เองครับ นี่ก็ห่างหายจากการเขียนจดหมายมานานมาก ครั้งล่าสุดคือส่งโปสการ์ดไปหาตอนปลายปีที่แล้ว รวมเวลาก็น่าจะครึ่งปีได้แล้วที่ได้แต่ฟังไม่ได้เขียนจดหมายมาหาสักที ครั้งนั้นบอกว่าจะมาเล่าเรื่องงานแต่งงานของตัวเองให้ฟังครับ วันนี้ก็มีโอกาสมาเล่าสักที เชื่อว่าหลายๆคนคงมีงานแต่งงานในฝัน แต่จะสามารถเนรมิตรออกมาได้ตรงตามความฝันรึเปล่านั้นก็อีกเรื่อง เพราะหลายครั้งที่ผู้ใหญ่อยากได้โน่นนี่นั่นจนต้องตามใจ ทำให้งานแต่งงานในความฝันและความเป็นจริงออกมาไม่ตรงกัน แต่สำหรับตัวของผมเองเรียกได้ว่าทางผู้ใหญ่ให้อิสระในการจัดงานแต่งงานมากครับ เลยทำการจัดงานตามแบบฉบับของตัวเองซะเลย งานแต่งงานในสวนเล็กๆบรรยากาศอบอุ่น คือสิ่งที่คิดไว้ครับ ก็ได้ที่ง่ายที่สุดนั่นคือสวนที่อยู่ในหมู่บ้านของภรรยาผมครับ ซึ่งอยู่จังหวัดของแก่น บรรยากาศงานแต่งงานช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ขอนแก่นนี่ดีทีเดียว อีกอย่างที่คิดไว้คือเป็นงานเล็กๆที่มีแต่เพื่อนสนิท เพราะอยากจะดูแลคนที่มาร่วมแสดงความยินดีให้ทั่วถึง และที่สำคัญสถานที่มีพื้นที่จำกัดสามารถรองรับแขกได้เพียง 100 คนเท่านั้นเอง แค่เริ่มต้นก็ยากแล้วครับ คนโน้นก็อยากให้มา คนนี้ก็อยากให้มา แถมต้องคิดว่าถ้าเชิญคนนี้ อีกคนจะงอนรึเปล่านะ สุดท้ายเลยใช้วิธีหักดิบเชิญเฉพาะกลุ่มเพื่อนสนิท และส่งบัตรเชิญทาง Line แทนครับ การเตรียมงานแต่งงาน เป็นขั้นตอนที่วุ่นวายที่สุดแล้วครับกับการที่ต้องมาคิดว่าจะมีอะไรอยู่ในงานแต่งงานหรือเอาอะไรวางไว้ตรงไหนในงานบ้าง เพราะขั้นตอนนี้จะเป็นขั้นตอนที่คนสองคนความคิดเห็นเริ่มที่จะไม่ตรงกันบ้างแล้ว เพราะคนนึงจะมองภาพไว้อย่างนึง อีกคนก็จะมองภาพอีกแบบ ซึ่งต้องค่อยๆปรับจูนกันเพื่อให้มองเป็นภาพเดียวกันให้ได้ครับ อาหาร ส่วนนี้ให้ภรรยาผมเป็นคนจัดการครับ […]

1 2 3 5
Copyright © 2017 beerboy's blog. All rights reserved.